ShinNeay View my profile

Recommend

    FICTION : Beauty & The Beast {#Candle: Fifteen}

    posted on 16 Apr 2011 20:26 by shinneay

     

    Beauty&the Beast 

    Type :: Kamikaze Fan Fiction

    Author :: deep’

    Summary :: Romantic

    Note :: คนหนึ่งคนจะพบรักแท้ได้ยังไงกัน?

    ______________________________

     

    #Candle: Fifteen

    IT’S A JOKE

     

     

                   

                    หิวแล้วนะ. . คุณแม่ :)

                    โพสต์อิสที่แปะตรงกระจก.. ให้เธอลุกขึ้นมาทำกับข้าวที่ครัว ขณะที่คนเขียนหายเข้าไปในห้องน้ำ.. วันนี้ตอนบ่ายๆก็คงต้องทำงานที่สตูดิโอ ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะตามไปอีกรึเปล่า.. พลันเสียงเคาะประตูที่ดังให้หันกลับไปมอง คราวนี้เธอมั่นใจว่าล็อกประตูเรียบร้อยดี

                    ก๊อก. . ก๊อก..

                    โทรทัศน์จอเล็กๆที่เอาไว้ส่องว่าใครที่อยู่ด้านนอก.. และก็คาดเอาไว้ไม่มีผิด.. ป๊อป.. มีน.. ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า.. จะเปิดดีมั้ย .. แต่แก้วก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จดี. .  ไม่ทันจะได้คิดต่อ ประตูห้องก็เปิดออก . . ร่างโปร่งที่มองหน้าเธอด้วยความสงสัย

                    “แก้วว่าแก้วได้ยินเสียงเคาะนะ..”

                    ชี้ไปยังหน้าจอที่ขึ้นภาพของผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคน.. คิ้วที่อยู่บนใบหน้าคมขมวดแทบจะเป็นปม “นี่พวกเขาทำกับข้าวกินเองไม่เป็นหรือไง”ว่าแล้วอีกฝ่ายก็เดินไปเปิดประตู แทบจะเรียกว่ากระชากเลยก็ได้ ให้คนสองคนที่ยืนอยู่ตกใจ

                    จะเปิดทำไม?

                    “เอ่อ.. พี่จะมาชวนไปทานข้าว”

                    “ผม . . ผมอยากกินฝีมือฟาง!”ท่าทางตะกุกตะกักนั่นที่เธอกลอกตา. . จะมากินข้าวสินะ.. “พอดีฟางทำไว้ให้แค่แก้วกับฟาง..”ไม่ทันจะพูดจบอีกเสียงก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

                    “เอาสิ.. เข้ามากินด้วยกัน”

                    “แก้ว?!”

                    หันไปหาไอ่เด็กแว๊นซ์ที่วันนื้ทำตัวติสแตกแบบไม่เข้าใจ.. ถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว . . ที่ร่างโปร่งยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ เหมือนว่าจะนิ่งขึ้น.. แต่ก็ยังดูสบายๆมากกว่าเยอะ..

                    แค่ไม่เข้าใจว่าคุณโปรดิวเซอร์จะทำอะไร..

                    “อย่าทำหน้าบูดแบบนั้นสิ. . ที่แก้วให้เข้ามาคือ ยิ่งหนียังไงเขาก็ยิ่งหาทางเจอพวกเราอยู่ดี. . อีกอย่างกลับไทยไปยังไงมันก็ต้องเป็นแบบนี้”คำอธิบายยาวๆที่ฟังแล้วต้องร้องอ๋อ แต่ก็อดไม่สบายใจไม่ได้.. มือที่แตะลงที่ไหล่เธอเบาๆ.. รอยยิ้มและคำพูดที่ไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อเท่าไหร่.. สุดท้ายก็เชื่อ

                    เชื่อ . . ทั้งที่ไม่น่าเชื่อ

                    “แก้วบอกแล้วว่าจะรั้งฟาง .. ฉะนั้นแก้วก็จะรั้งเอาไว้”

                    ตอนนี้เขาก็รั้งเธออยู่..

                    ..รั้งตัวเธอไปกอด

                    กับคำพูดเดิมๆที่หากเรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนี้ ฟังมากๆแล้วอาจจะเบื่อ.. แต่เธอไม่เคยเบื่อ..

                    “แก้วไม่อยากให้ฟางเสียใจ เรามีกันแค่สองคนนะ”

                    มีกันสองคน..

                    ตอนนี้ชักอยากจะมีแค่สองคนแบบที่แก้วพูดจริงๆแล้วนั่นล่ะ

                   

     

     

     

                    ดอลลาร์กำลังเห่าอย่างบ้าคลั่ง

                    “ดอลหยุดเห่าก่อน.. โอ๋ๆ มานี่มา”

                    เรียกให้ลูกชายคนโปรดกระโดดขึ้นมานั่งตัก. . มันเห่าใส่ผู้มาเยือนทั้งสอง พร้อมทั้งขู่แง่งในลำคอตลอดเวลา. . เล่นเอาป๊อปกับมีนต้องถอยหนีเล็กน้อย ถึงจะไม่กลัวหมา แต่ท่าทางว่ามันจะกัดเอาไว้ ถ้าเล่นไม่เข้าเรื่อง . .และนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเธอไม่ต้องการให้เข้ามาใกล้มาก

                    “ฟาง..”

                    ชื่อที่หันไปมองคนเรียก.. มันไม่ใช่ชื่อเธอหรอก.. แต่แค่อยากจะรู้ว่าป๊อปจะพูดอะไรกับเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นเอง. . ยังตักข้าวเข้าปากไปเรื่อยๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คือว่าวันนี้ผมกับมีนต้องไปห้องอัดกับ..”

                    โฮ่ง!!

                    “เป็นไรลูก.. ใจเย็นๆ แม่แกเขาคุยกับแฟนเก่าอยู่”

                    นี่ปากเธอไวไปรึเปล่าเนี่ย?

                    ป๊อปมองหน้าของเธอด้วยสีหน้าแปล่งๆ แต่ก็หันกลับไปคุยกับฟางต่อ.. “เอ่อ ผมต้องไปห้องอัดกับฟางต่อ. . เอ่อ.. คือป๊อปอยากรู้ว่าเนื้อเพลงมันแนวไหน”

                    “ก็..”

                    “แนวหวานๆนั่นล่ะ ต้องร้องกับมีนก็พูดๆกันบ้าง บิ๊วอารมณ์ไง . .เพลงนี้มันหวานนะ”ชิงตอบพลางฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มที่หน้าเหวอไป “หรือว่าชีวิตนายมันขมขื่นเกินไป? มีนด้วย.. ไหวมั้ย” ฟางอมยิ้มพยายามกลั้นหัวเราะ อ่า.. แอบเห็นว่าป๊อปหูแดง อาจจะโกรธหรือไม่ก็อาย .. ฮ่ะๆ

                    “แก้วก็แต่งเพลงเพราะอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ..”

                    “ขอบคุณที่ชมค่ะ.. คนร้องไกด์ก็ร้องเพราะ”

                    “ไอ่บ้า”

                    พยายามหลีกเลี่ยงที่จะได้รับคำชมจากร่างเพรียวตรงหน้า.. เพราะอีกคนก็ประกาศเอาไว้แล้วว่าจะดึงตัวเธอกลับมา. . ฉะนั้นอะไรที่ไม่ปลอดภัย เธอจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด .. วกกลับไปหาคนที่นั่งข้างๆดีกว่า..

                    เหมือนยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัว..

                    อาหารในจานเหมือนจะหมดไปอย่างเชื่องช้า เพราะบทสนทนาและบรรยากาศไม่เป็นใจเท่าไหร่นัก.. ออกจะไม่น่าภิรมย์เลยสักนิด.. มีเพียงฟางกับเธอเท่านั้นที่พูดคุยกันตามปกติ เล่นกับดอลลาร์บ้างอะไรบ้าง. . และเป็นเธอที่เก็บจานไปล้าง โดยลากคนตัวเล็กมาด้วย

                    “รู้น่าว่าอยู่ตรงนั้นไม่ได้..”

                    พูดลอยๆขณะที่จัดการล้างจานสี่ใบในอ่าง.. ร่างบางที่ขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ไม่ได้ตอบอะไร. . เหมือนจะยอมรับว่าอยู่ตรงนั้นคนเดียวไม่ได้จริงๆ. .

                    “เดี๋ยววันนี้ก็ต้องไปห้องอัดด้วยกันอีก เฮ้อ..”ฟางพึมพำเบาๆพอที่จะได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น หมั่นไส้เลยเอามือที่เลอะฟองน้ำยาล้างจานป้ายเข้าที่แขนของอีกคน ที่ถลึงตาใส่.. เมื่อเห็นว่าเธอเล่นพิเรนทร์ ..  นิ้วเรียวที่ปาดฟองแล้วปาดมันคืนที่แขนของเธอเช่นกัน

                    “ฮ่ะๆ เล่นอะไรเนี่ย?”

                    “แกเริ่มก่อนเองนะ.. ไอ่เด็กแว๊นซ์”

                    “ฮะ? เรียกแก้วว่าอะไรนะฟาง?!”ฉายาที่ต้องเบ้ปากใส่เพื่อนสนิท.. คิดไม่ซื่อ.. คนตัวเล็กฉีกยิ้มหวาน แล้วลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้.. อีกครั้งที่ป้ายฟองใส่..

                    “เอ๊ะ แก้ว! นี่!”

                    “เด็กแว๊นซ์อะไรฮะ? .. ถ้าแก้วแว๊นฟางก็สก๊อยนั่นล่ะ”

                    ยักคิ้วให้ ‘สก๊อย’ ที่อ้าปากค้างกับฉายาที่ตั้งให้.. ฮ่ะๆๆ. . มาว่าเธอแว๊นส์ดีนัก.. “อะไรฮะ? แว๊น!! ใครสก๊อยไม่มีทางอ่ะแก้ว .. ฟางออกจะเรียบร้อย อีกอย่างไม่ซ้อนท้ายแก้วแน่ๆ!”

                    เรียบร้อย.. เหรอ?

                    “เอาไว้จะคอยดูกลับไทยเดี๋ยวจะถอยมอเตอร์ไซค์มา .. ถ้าฟางซ้อนแก้วนะ ฮ่ะๆ”

                    “ไม่มีทางค่ะ คุณแว๊นส์จริญญา พนันได้เลย!”

                    หัวเราะกับคำท้าของคนตัวเล็กที่แลบลิ้นใส่ อยากจะหาอะไรมาตัดลิ้นนั่นให้ขาดจริงๆ.. หมั่นไส้นัก.. แต่ก็อดยิ้มไม่ได้อยู่ดีกับท่าทีของอีกฝ่าย. . นี่เธอคิดถูกหรือคิดผิดที่มาชอบผู้หญิงคนนี้..

                    “รีบล้างเลย .. เดี๋ยวมือก็เปื่อยหมดหรอก”

                    คำเตือนที่เรียกสติให้เธอจัดการจานในอ่างทั้งหมดแล้วแกล้งสะบัดน้ำใส่ฟาง “แก้ว อีกแล้วนะ!”มือเรียวเอื้อมไปเปิดก๊อกพลางรองน้ำแล้วสาดใส่ ให้ต้องรีบย่อตัว แต่ยังไงก็เปียกอยู่ดี.. ฮ่ะๆ..

                    ที่จริงคิดไม่ผิดหรอก.. ยิ่งเห็นหน้าบึ้งๆแบบนั้นแล้ว

                    “นี่ๆ”

                    “พอแล้วๆ แก้วเปียกหมดแล้วนะฟาง”

                    หัวใจกำลังเต้นรัวกับความรู้สึกแบบนี้.. น่ารักไปแล้ว.. พลันเสียงหนึ่งที่ขัดจังหวะทำลายบรรยากาศทั้งหมดลง.. “เล่นอะไรกันเนี่ย?” เสียงที่พวกเธอสองคนต้องมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ แบบที่ให้ได้ยินและเห็นไม่ได้..พี่มีนมองพวกเธอสองคนด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนสังเกตอะไรบางอย่าง

                    อะไรบางอย่างที่รู้สึกไม่ชอบใจสักเท่าไหร่

                    “ก็สาดน้ำ.. ปกติ ป่ะก๊อย ไปเช็ดตัวให้แว๊นหน่อย”

                    “ใครสก๊อยฮะ? ไอ่แว๊น!”

                    ร่างเล็กที่ใช้ศอกกระทุ้งแล้วเดินหายออกไปจากครัว.. หัวเราะเบาๆพลางเดินตามออกไป เพียงแต่ต้องชะงักเมื่อโดนดึงที่เสื้อเอาไว้.. เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามด้วยความสงสัย. . รั้งไว้มีเรื่องอะไร? .. ยังไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมา กระทั่งเธอทำท่าว่าจะสะบัดแล้วเดินหนี

                    ในที่สุด..

                    “แก้วคิดอะไรกับฟาง?”

                    มองออกด้วยเหรอ?

                    “หืม? คิดอะไร ไม่เข้าใจ?”จงใจตีหน้าแล้วโกหกออกไปเหมือนว่าจะงงกับคำถาม.. คนตรงหน้าเหมือนจะคลายความสงสัยลงกว่าเดิม. . แล้วเปลี่ยนมาจู่โจมเธอแทน . . นี่ล่ะที่พลาดแล้ว . .

                    “แก้ว..”

                    กลายเป็นว่าจากที่ดึงเสื้อเอาไว้เลื่อนลงมาจับมือ. . หันซ้ายหันขวา . . ฟางไปไหน. . ถอนหายใจ อยากจะเบะปากร้องไห้เหมือนเด็กๆ “คือปล่อยแก้วก่อน จะไปเช็ดตัว”ใช้สายตาจ้องหน้าอีกฝ่าย ว่า ปล่อย.. พยายามสุภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                    “คุยกับพี่ก่อน. .”

                    “แก้วว่าเราคุยกันวันนั้นหมดแล้วนะ”

                    ชำเลืองไปมองแถวโต๊ะอาหาร.. ป๊อป.. นั่งจ้องอยู่.. มองทำไม. .  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นคือเธอจะหลุดจากตรงนี้เมื่อไหร่?

                    ท่าทางจะมีนางเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเธอแล้วล่ะ

                    “แก้ว! ไอ่แว๊น ผ้าเช็ดตัว..”เสียงที่ทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด จังหวะที่เธอสามารถผละร่างของตัวเองออกมาจากบริเวณนั้นได้.. ยื่นมือออกไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนสีขาว พลางฉีกยิ้มให้ร่างเล็กที่เข้ามาขัดได้ถูกเวลามาก “เกือบตายแล้ว” กระซิบเบาๆพอได้ยินกันสองคน .. เหมือนฟางจะหน้าบูดไป

                    “จับมงจับมือ”

                    ศอกที่กระทุ้งให้ร้องโอดโอย .. ไม่ได้โวยวายอะไรออกไป เพียงแต่เดินตามร่างบางที่เดินนำไปก่อน.. .มีสองห้องนอน แต่ตอนนี้กลายเป็นนอนห้องเดียวกันสองคน..

                    “ไม่ได้จะจับนะ.. พี่มีนเขามาจับเอง”

                    อยู่ๆก็โพล่งออกไป. . บางครั้งก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกแบบเดียวกัน..

                    แต่ก็ไม่กล้าคิดไปเองถ้าเกิดว่ายังไม่ได้ถาม

                    “.. จริง?”

                    พยักหน้ายอมรับ. . สีหน้าที่เครียดนั้นเหมือนผ่อนคลายมากขึ้น..

                    “เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ . . ถ้าคุณพ่อเสร็จผู้หญิงคนนั้นจะทำยังไงนะลูกดอล”ฟางหันไปถามสุนัขตัวสีขาวที่เห่าเบาๆแล้วแลบลิ้นแฮ่กๆตามประสาของมัน.. คำถามที่ฟังแล้วอดหัวเราะไม่ได้. . เอะอะอะไรตอนนี้ก็โบ้ยเข้าที่ลูกชายตัวโปรดไปเสียหมด. .

                    “ไม่มีทางนะดอลลาร์ คุณพ่อออกจะรักคุณแม่.. เนอะๆ”อุ้มดอลลาร์ขึ้นมาแล้วจ้องหน้ามันที่คงไม่รู้เรื่องหรอกว่าพูดอะไร มีแต่ฟางที่โวยวายว่าไม่เห็นจะจริง. .กลายเป็นว่าพวกเธอกำลังแย่งความสนใจจากลูกชาย (?) ตัวเดียว.. จากเถียงสุดท้ายก็ลงไปนั่งคุยกันแทน

                    เรื่องไร้สาระเรื่อยเปื่อยที่ถูกหยิบมาพูด.. กระทั่งได้ยินเสียงประตูจากด้านนอกก็ต้องอดยิ้มไม่ได้. .

                    ไปแล้ว. .

                   

     

     

                    “มายืนอะไรตรงนี้ครับ..”

                    เอ่ยถามร่างบางที่หันหน้ามามองเขา.. มันเป็นระเบียงนอกห้อง ที่ไม่ได้เชื่อมกัน . . แต่คงเป็นเพราะความบังเอิญที่ทำให้เขาและแฟนเก่าออกมาพบกันตรงนี้ . . ฟางไม่ได้เดินหนี .. และตัวเขาก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่ายืนนิ่ง แล้วทอดสายตามองไปยังภาพเบื้องหน้า

                    ตึกที่มีหิมะเกาะ..

                    “คุณตามมาทำไม?”

                    เสียงที่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ .. ไม่ตอบอะไรนอกจากนึกถึงเหตุผลที่ดังก้องอยู่ในใจ.. ตามมาทำไม. . “ผมก็บอกเหตุผลไปแล้ว.. ว่าจะมาหาคุณ. . แค่อยากจะคืนดีกัน..”ไม่ใช่คำตอบที่ออกจากใจ..  ทั้งที่เขาควรจะบอกออกไปเสียทีว่าคิดยังไงกับฟางตอนนี้.. และเขาคิดยังไงกับมีน..

                    “ฟางยกโทษให้ป๊อปนานแล้ว..”

                    “มันไม่ได้แปลว่าฟางจะกลับมาคบกับผม”ฉีกยิ้มจางๆ.. แต่กลับไม่มีรอยยิ้มบนหน้าของร่างบางเลยแม้แต่น้อย.. เขาไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายรู้สึกยังไงกับเขา.. อาจจะ. . ยังรักหรือว่ามีเยื่อใยอยู่.. ใช่มั้ย? เวลาประมาณเกือบเดือน ใครจะไปทำใจได้..

                    “วิ่งตามป๊อปมันเหนื่อยแล้วล่ะ..”

                    ริมฝีปากที่กระตุกยิ้มหวานให้.. เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย. . เพียงแต่. . มีความรู้สึกบางอย่างที่บอกเขาว่าคนที่อยู่ตรงระเบียงของห้องข้างๆก็ไม่เหมือนเดิมเหมือนกัน.. “ป๊อปวิ่งเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?” ถามกึ่งจริงกึ่งเล่น.. แต่คำตอบกลับทำให้รู้สึกผิด..

                    “เร็ว จนเหมือนเราไม่เคยเดินด้วยกัน..”

                    สายตาที่มองเขามันมีแต่ความผิดหวังปนอยู่ในนั้น.. ไม่กล้าที่จะพูดอะไรไปมากกว่า “ขอโทษ.. ที่เป็นคนรักที่ดีไม่ได้”เบือนหน้าหนีไปอีกทาง.. กลัว. . ว่าจะทำให้ร่างเล็กเสียใจกับคำพูดบ้าๆนี่อีก..

                    “ป๊อปน่ะรักมีน..”

                    เสียงที่เอ่ยขึ้นมา. . ลมหนาวพัดให้รู้สึกสะท้าน แต่กลับไม่มีใครที่จะเดินหนีเข้าไปด้านใน. . นัยน์ตาคู่กลมโตที่สบตาของเขา.. “แน่ใจเหรอว่าจะมาง้อฟาง..”ความรู้สึกเหมือนน้ำลายเหนียวคอมากขึ้นกว่าปกติ.. ยิ่งเสียงนิ่งๆที่เอ่ยออกมานี่อีก . . ฟาง..

                    “ผม..”

                    “ถ้าป๊อปไม่ได้รักฟางแล้วก็อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย?”

                    น้ำเสียงที่เหมือนอ้อนวอน.. ว่าอย่า. . ได้โปรด.. เม้มริมฝีปากแน่น. . เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะทำยังไงต่อไป. . ถ้าหยุดตอนนี้.. “รู้ได้ยังไงว่าป๊อปไม่ได้รัก. .ฟางคิดไปเอง..”ยิ่งพูดแบบนี้ เริ่มเกลียดตัวเองเข้าไปทุกที.. เขาควรจะ..

                    “เหรอ?”

                    “ฟาง..”

                    เสียงลมที่ออกจากคอ.. ฟาง.. ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น บางทีเขาก็ไม่ควรจะเดินออกมา.. บางทีเขาไม่ควรจะทักทาย.. บางทีเราไม่ควรจะคุยกัน.. บางทีเขาควรจะพูดความจริงได้แล้ว..

                    บางที..

                    “ผมน่ะ.. ไม่สิ.. คุณยังเหมือนเดิมมั้ย?”

                    “หมายความว่า..”

                    “...”

                    “คุณยังรักผมใช่มั้ย?”

                    ได้ยินเพียงเสียงลมที่พัดผ่านมาและผ่านไป.. ฟางไม่ได้มองหน้าของเขา.. แต่มีคำตอบที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเหมือนกัน.. ความรู้สึกนั้น...

                    “ถ้าฟางบอกว่ายังรักป๊อป.. มันก็คงเหมือนคนโง่ที่จมปลัก..กับความรู้สึกเดิมๆ”

                    “...”

                    “แต่ถ้าฟางบอกว่าไม่ได้รักแล้ว. . มันก็คงเหมือนคนใจง่ายและโกหกความรู้สึกตัวเอง..”

                    ที่พูดมา.. ถูกทั้งหมด..

                    “แต่ฟางคงเป็นพวกที่ไม่โกหกตัวเองนั้นล่ะ.. ฟางยัง.. รักอยู่..”

                    ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง. . แต่เหมือนว่าจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก. .มันคงจะเป็นปกติล่ะมั้งที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำว่า ‘รัก’ ของฟาง..

                    “รัก.. น้อยลงไปทุกที..”

                    สะดุดกับท้ายประโยคที่ทิ้งเขาให้เขาเหลือตัวคนเดียว . . น้อยลงไปทุกที.. หัวเราะเบาๆ. . หันหลังแล้วพิงตัวเองกับรั้วที่กั้นไม่ให้ตกลงไป. . ท้องฟ้าสีหม่นที่มองมันก่อนจะถอนหายใจออกมา. . ไอเย็นที่ไม่ได้ทำให้เขาอยากจะเดินกลับเข้าไปในห้องเลยแม้แต่น้อย

                    เราก็คงเหมือนกัน.. สินะ..

                    “ผมเอง.. ก็คงไม่ต่างจากคุณเท่าไหร่..”

                    เชื่อผมสิ..

                    ฟาง..

                    ..ว่าเราไม่ได้เดินทางเดียวกันมาตั้งแต่วันนั้นแล้ว. .

                    วันที่สายตาผมมีแต่ ‘เขา’  และสายตาคุณเองก็มีแต่ ‘เขา’ เหมือนกัน

                   

     

     

     

                    น้อยลงไปทุกที..

                    “ออกไปตากอากาศหนาวๆแบบนั้นทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก..”

                    เธอปิดประตูกระจกแล้วฉีกยิ้มจางๆให้เพื่อนสนิทที่โยนเสื้อกันหนาวมาให้. . สวมเข้าไป.. มองนาฬิกาว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องออกไปทำงานต่อแล้ว. . เจ้าดอลเกาะขาแก้วไม่ยอมปล่อยไปไหน.. อาจจะเพราะว่าโอ๋มันบ่อยมากช่วงนี้. . ร่างโปร่งยกมันขึ้นมาแล้วส่งให้เธอ

                    “โอ๋มันหน่อยสิ.. ฟางเป็นแม่ต้องทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว”

                    “แล้วคุณพ่อทำไม่ได้หรือไง..”

                    “ออกไปคุยอะไรกับป๊อปมาเมื่อกี้”

                    “เดี๋ยวฟางโอ๋เองก็ได้”

                    “อย่าเปลี่ยนเรื่อง..”

                    รู้ว่าคงไม่รอดที่จะเปลี่ยนเรื่อง. . “ก็คุยกันเฉยๆ.. เขาก็พูดถามโน่นถามนี่เรื่อยเปื่อย..อ๊ะ..”อุทานออกมาเมื่อแก้วเอาดอลลาร์กลับลงไปบนพื้น . . เหมือนมันจะแสนรู้ที่เดินหนีไปที่อื่นทันทีทันใดที่ขาแตะถึง. .  นัยน์ตาคู่คมที่จ้องมองทางเธอ.. จ้องเหมือนว่าจะค้นความจริงทุกอย่าง

                    “เขาก็ถามว่า.. ยังรักเขาอยู่มั้ย..”

                    กลายเป็นว่าเธอตอบอย่างอึกอัก.. ไม่รู้ว่าทำไมต้องกระอักกระอ่วนกับท่าทางแบบนี้ของคนตรงหน้า.. “แล้ว?”

                    “ฟางก็บอกว่ายังรักอยู่..”

                    “อ่าฮะ..”

                    “แต่ว่ามันน้อยลงทุกที. . ไม่มีอะไรจริงๆ..”

                    สายตาที่อ่อนลง.. แต่มือที่ยังไม่ปล่อยมือของเธอ.. ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า ว่า.. ที่แก้วยิ้มเพราะดีใจเรื่องที่เธอปฏิเสธป๊อปไปแบบนั้น.. หัวใจ.. เต้นโครมคราม..

                    “แก้วมีเรื่องจะบอก..”

                    เรื่อง..

                    “อยากฟังเรื่องตลกมั้ย?”

                    “หืม?”

                    ตลก? ยังไง..

                    “อยากฟังมั้ย?”

                    “เอาสิ..”

                    “แก้วชอบฟาง.. ไม่สิ.. รัก..”

                   

                    เรื่องตลกบ้าอะไร..

                   

                    “แก.. พูดเล่น?”

                    “ก็บอกว่าเป็นเรื่องตลก.. แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพูดเล่น..”

                   

                    รอยยิ้มแบบนั้น.. ผิดกับนัยน์ตาที่จริงจัง..

                   

                    “แก้วรักฟาง..”

                   

                    ตลกเป็นบ้า.. ตลกอะไร.. ไม่เห็นจะขำ. .

                    แต่ใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยสักนิด..

     

     

     

     

     

     

    TBC

    .................................................

    ยืมมุกของฟิคนึงมา. . มันหลายตอนล่ะ = - = คิดว่าแก้วควรจะบอกได้แล้ว

    บอกตรงๆ โคตรชอบตอนป๊อปกับางคุยกันอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

    ว่าแต่เรื่องตลก.. ตลกมั้ยล่ะ ;p

    FICTION : Beauty & The Beast {#Candle: Fourteen}

    posted on 01 Apr 2011 10:05 by shinneay

     

     

    Beauty&the Beast 

    Type :: Kamikaze Fan Fiction

    Author :: deep’

    Summary :: Romantic

    Note :: คนหนึ่งคนจะพบรักแท้ได้ยังไงกัน?

    ______________________________

     

     
     
     

    #Candle: Fourteen

    THEN. . CAN’T LET’S YOU GO

     

     

     

     

                    ถ้าเกิดว่าพูดเร็วกกว่านี้..

                    “ผม..ขอโทษ”

                    ..ฉันจะสู้กับเขาได้รึเปล่านะฟาง

                   

     

     

                    หัวใจของเธอเต้นรัวและแรง เมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่ก้าวเท้าเข้ามา.. เขาดูโทรมกว่าที่เคยเป็น.. และข้างหลังก็เป็นใครบางอีกคนที่หักหลังเหมือนๆกัน “ผม..ขอโทษ” คำขอโทษที่หลุดจากปากนั่น. . รู้สึก.. เจ็บปวด.. ทั้งที่คิดว่ามันจะจางลงไปบ้างแล้วก็ตาม

                    หันมองไปทางคนที่อยู่ข้างๆนั่น.. นัยน์ตาที่เบือนหนีหน้าของเธอ..

                    จะรู้สึกผิดทำไมกัน?

                    “แก้ว..”

                    เรียกชื่อเพื่อนสนิทที่ตีหน้าเคร่ง.. “ดอลลาร์หยุดเห่าก่อน” สุนัขตัวน้อยของเธอที่เห่าและแยกเขี้ยวใส่ผู้มาเยือนทั้งสองอย่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย. . ถึงจะเงียบ แต่ท่าทางของดอลก็ยังไม่พอใจเช่นเดิม.. “หมาของฟางเหรอครับ?” อีกครั้งที่ป๊อปพูด..

                    “อื้ม ลูกชาย.. น่ะ ลูกของฟางกับแก้ว..”

                    ตอบออกไปด้วยเสียงนิ่งๆ.. ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายที่เธอจะสื่อ.. อันที่จริง.. เธอก็ไม่แน่ใจว่าหลุดปากออกไปแบบนั้นได้ยังไง. . อ่า.. พูดต่อหน้าคนที่กำลังมาขอคืนดี.. ทั้งที่เขามาขอคืนดี.. ทั้งที่เธอยังคิดว่ารักเขาอยู่..

                    “แก้วออกไปก่อนได้มั้ย?”

                    ชายหนุ่มหันไปทางเพื่อนสนิทของเธอที่ยืนเป๋อยู่.. “ป๊อป แก้วขาแพลงอยู่”ดุอีกฝ่ายที่หันมองไปที่เท้าของแก้ว.. แต่ร่างโปร่งกลับจับไหล่ของเธอแน่นๆ..

                    “ไม่เป็นไรหรอก.. คุยไปเถอะ แก้วไปรอในห้องแล้วกันนะ”

                    มันดูเป็นประโยคธรรมดาๆที่อีกคนบอกว่าไม่เป็นไรคุยกันไปเถอะ แต่มองสีหน้าของแก้วแล้ว.. เหมือนจะต้องการบอกอะไรบางอย่าง. . ที่หนักแน่นกว่านั้น. . ริมฝีปากที่ขยับเป็นคำพูดลม..

                    อย่านะ.. อย่าไป.. เข้มแข็งเอาไว้

                    “แก้ว! คุยกันก่อน!”

                    เสียงของมีนที่เธอหันขวับ ทำท่าจะขยับขาตาม.. แต่กลายเป็นป๊อปที่มาประชิดขวางเอาไว้.. ถอยกลับไปที่เดิม.. แล้วหยุดมอง.. จ้องไปที่ใบหน้าของร่างสูง เขาเหมือนมีอะไรจะพูด แต่ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง.. “ฟาง.. ป๊อปขอโทษ”นั่นเป็นประโยคแรกที่เอ่ย..

                    แล้วประโยคหลังจากนี้ล่ะ?

                    “ผม.. ผมคิดว่า.. คือ ที่ผ่านมาผมขอโทษ มันเป็นแค่อารมณ์.. ใช่ อารมณ์หวั่นไหว..”

                    “ค่ะ หวั่นไหว”

                    “.. ฟาง.. ป๊อปยังเหมือนเดิมนะ”

                    ทำไมเธอต้องเริ่มใจอ่อนกับคำพูดบ้าๆพวกนี้ด้วยนะ.. ทำไมจะหวั่นไหวทั้งที่สีหน้าของเขาก็แค่ขี้อ้อนเว้าวอนเหมือนเคยๆ .. “ป๊อป.. การที่ฟางหนีป๊อปมาอังกฤษ..”ไม่ทันจะพูดจบอีกคนก็เอ่ยขัดขึ้นมา..

                    “มันแปลว่าฟางโกรธป๊อป. . ผมขอโทษ..”

                    เขาคุกเข่าลงตรงหน้า.. ภาพวันเก่าที่ย้อนกลับมา. . มันเป็นฉากที่เขากำลังจะขอเป็นแฟน.. มือของเขาที่เอื้อมมาจับมือเธอ.. “ถ้าฟางจะยังให้โอกาสกับป๊อป..”

                    นิ่งงันอย่างไม่เข้าใจ..

                    ตอนนี้เธอควรจะปฏิเสธได้แล้ว.. ทำซะสิ..

                    “ฟาง..”

    อย่านะ.. อย่าไป..

                    ภาพของใครบางคนที่แวบเข้ามาให้ต้องรีบชักมือออกอย่างรวดเร็ว.. สีหน้าของชายหนุ่มที่ดูตกใจไม่ใช่น้อยกับการกระทำอันรวดเร็วของเธอ.. มันเป็นคำพูดเดียวกัน แต่เป็นคนละเสียงและคนละหน้า.. คำพูดที่ลอยเข้ามาในหัวอย่างหวุดหวิด. .

                    เข็มแข็งเอาไว้

                    “โอกาสมันไม่มีตั้งแต่ป๊อป..กับมีนหักหลังฟางแล้วล่ะ”

                    อ้างเหตุผลของมีนขึ้นมา.. แล้วรีบเดินหนีเข้าห้องโดยคราวนี้ไม่ลืมที่จะล็อกประตู.. ที่ถูกทุบ และเสียงที่ตะโกนเรียกชื่อของเธอให้ออกมาคุยต่อ “ฟาง! ฟาง! ออกมาคุยกับป๊อปก่อน!” เพียงแต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ.. ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อนหน่าย

                    ถ้าเมื่อครู่.. เผลออีกหน่อย..

                    ทุกอย่างมันก็คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม. . ใจยังเต้น.. มีจังหวะการเต้นที่บอกว่ายังรู้สึกกับเขา.. แม้ว่ามันจะน้อยลงกว่าครั้งก่อน.. หากจะเป็นแฟนกันอีกครั้งก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร..

                    แก้ว

                    เพราะคำพูดที่ลอยมาให้ได้สติ.. เพราะแก้ว.. ผมสีทองๆนั่น.. ไอ่ผมสีเด็กแว๊นซ์ .. ไอ่คนนิสัยดีแต่กวนประสาท.. ไอ่คนบ้าบอเอ้ย! นิสัยไม่ดี มารบกวนความคิดของเธอตลอดเวลา.. พ่นลมหายใจออกมาดังๆ.. แต่คิดแล้วก็ต้องยิ้ม.. ไม่รู้จะยิ้มทำไม..

                    อีกอย่าง. .เธอยังไม่ได้ฟังเลยว่าวันนี้แก้วจะบอกอะไรกับเธอ..

                    ณ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากออกจากห้องด้วย. . ออกไปคงต้องคุยกับป๊อปอีกยาว เดี๋ยวก็ใจอ่อนอีกจนได้..

                    แต่ก็อยากออก..

                    “มีน.. แก้ว..”

                    ชื่อหน้าที่รบกวนเหมือนกัน.. มาทำไม.. ที่จริงไม่อยากจะเห็นหน้าเลยตอนนี้.. แล้วที่เดินตามแก้วไปในห้อง . . ไอ่เด็กบ้านั่นจะใจแข็งเหมือนเธอมั้ยเนี่ย? ฮึ่ย.. นั่งงุ่นง่านอย่างไร้ที่สิ้นสุด..

                    ตอนนี้เธอไม่อยากให้มีนมายุ่งกับเพื่อนสนิทของเธออีกแล้ว

                    ทำไม?

                    ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เหมือนกันว่าทำไม.. อาจจะเพราะว่า ไม่อยากเห็นแก้วเสียใจอีก.. หรือ เพราะว่ามีนเป็นคนที่หักหลังเธอด้วยเหมือนกัน. . กลอกตาไปมาพยายามหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด..

                    หรือว่าทั้งสองอย่าง?

                    คงจะเป็นอย่างนั้น.. ถอนหายใจออกมาดังๆ.. หันมองไปที่กำแพงสีข้าวด้านข้าง.. ห้องติดกัน.. ที่จริงนอนด้วยกัน แต่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าแก้วจะเป็นยังไงบ้าง..

                    ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้นแล้วกัน

                   

     

     

     

                    “ขาไปโดนอะไรมา”

                    คำถามที่เธอมองหน้าของพี่มีนแล้วยักไหล่เหมือนไม่ยี่หระเท่าไหร่นัก.. “ล้ม ก็เลยแพลงนิดหน่อย ช่างมันเถอะ”เอนตัวพิงกับหัวเตียง. . และอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียง.. ชอบ. . มั้ย.. ก็คิดว่ายังชอบอยู่ แต่ตอนนี้แค่มีคนที่ชอบมากกว่าแล้วก็เท่านั้นเอง

                    ใครที่ได้ยินเสียงปฏิเสธ.. แล้วเธอต้องยิ้ม..

                    ทั้งที่ตอนแรกกังวลแทบตายว่าจะกลับไปคบกันมั้ย. . หายใจอย่างโล่งอก..

                    “แก้ว..”

                    “พี่มีนรู้มั้ย? .. บางทีทุกอย่างมันก็ไม่เหมือนเดิม..”

                    เอ่ยตัดหน้าคนอายุมากกว่าที่หันมามองอย่างแปลกใจ.. “หมายความว่า?”ไม่ตอบอะไรนอกจากมองใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น.. มอง.. ด้วยสายตาที่คล้ายๆว่าจะว่างเปล่า..

                    แต่เหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่เข้าใจ..

                    “พี่รู้ว่าเรื่องนี้แก้วต้องโกรธ..”

                    “ใครไม่โกรธคงนั้นคงจะเป็นคนดีมาก ขนาดที่บรรลุขั้นโสดาบันได้.. แต่แก้วไม่ใช่ . . แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หายโกรธพี่นะ แก้วหายตั้งนานแล้วล่ะ..”

                    ยิ้มจางๆออกมา.. เหมือนคำพูดนั้นจะทำให้พี่มีนดีใจ.. แต่มันไม่ได้หมายความแบบที่พูดเสมอไปหรอก..

                    “ขอบคุณที่แก้วไม่โกรธพี่..”

                    “อ่าฮะ”

                    “แสดงว่ายัง..”

                    แค่นยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร.. ส่ายศีรษะเพื่อบอกว่า ‘ไม่ใช่’ ... หัวเราะเบาๆกับสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต่อไปนี้..

                    “แก้วก็บอกแล้วว่ามันไม่เหมือนเดิม”

                    อาจจะเป็นครั้งแรกที่เสียงของเธอกระด้างกับพี่มีน.. กระด้างมาก.. แววตาที่มีแต่คำถามอยู่ในนั้นถูกส่งมาหาเธอ .. ต้องการคำอธิบาย. . “มันก็หมายความว่า.. แก้วไม่ได้ชอบพี่มีนแล้ว”สีหน้านั่นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว.. เครียด.. ผิดหวัง.. หรืออะไรก็ตามแต่..

                    ที่เธอไม่ได้ต้องการจะปลอบโยนอีกต่อไป..

                    “พี่ไม่มีโอกาสเลยเหรอ?”

                    “อาจจะมี.. แค่.. ไม่ถึงเปอร์เซนต์ที่แก้วรู้สึก..”มันก็แปลกที่การชอบใครสักคนมันตัดใจเร็วมากๆคงจะเป็นไปไม่ได้.. แต่อาจจะเพราะว่าความรู้สึกของใครที่มากกว่ามันเข้ามาแทนที่อย่างไม่รู้ตัว.. การที่ความรู้สึกของฟางแทรกซึมเข้ามาทีละนิด ทีละนิด..

                    ชอบ.. มากกว่าใครหลายคนที่ผ่านมา..

                    “ทำไมล่ะ?”

                    ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้ม.. ไม่ต้องรู้หรอก.. ถ้าหากเธอยังไม่บอกออกจากปากของเธอเอง.. จะให้ใครรู้ไม่ได้.. แม้แต่ฟาง.. ถ้าคนอื่นพูดมันก็ไม่มีความหมายที่จะบอก .. เรื่องแบบนี้.. เธอต้องบอกด้วยตัวเองเท่านั้น

                    ขึ้นอยู่ที่แกแล้วล่ะว่าจะทนป๊อปได้นานเท่าไหน

                    ถ้าแกยังต้องการอนาคตแบบนั้น..

                    “ชอบคนอื่นหรือไง?”

                    หันขวับไปหาร่างเพรียวที่ถามด้วยสายตาที่แปลกไป. . “เปล่า”เสียงที่นิ่งขึ้นไปอีกระดับ..

                    “ตอนนี้ยังไม่ต้องรักพี่ก็ได้..”

                    “หืม?”

                    คำพูดแปลกๆที่เธอสังหรณ์ถึงลางไม่ดีในอนาคตอันใกล้นี้.. ที่จริงมันก็ไม่ดีตั้งแต่สิ่งที่เธอเห็นแล้วนั่นล่ะ.. ตอนนี้มันก็เริ่มไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ.. เหอะ. .

                    คิดอะไรอยู่นะพี่มีน..

                    “ไว้ค่อยกลับไปรักพี่ที่ไทยก็ได้นะแก้ว.. เจ็ดวัน.. แก้วคงยังรู้สึกเหมือนเดิม..”

                    ขมวดคิ้ว.. ก่อนจะร้องอ๋อ.. เข้าใจแล้วจะสื่อถึงอะไร.. ฮ่ะๆ.. ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย.. นั่นสิ.. จะไปมีทางได้ยังไงกันเล่า ก็ที่เธอเห็นน่ะ..

                    “ไม่มีทางหรอก.. พี่มีน..”

                    ยิ้มแล้วหัวเราะเหมือนนี่เป็นเรื่องน่าขัน.. แต่ก็ตลกจริงๆนั่นล่ะ..

                    “ออกไปเถอะ. . บอกป๊อปด้วย.. แก้วกับฟางวันนี้คงเหนื่อยแล้วล่ะ..”

                    “แก้ว..”

                    “อย่าให้ต้องเรียกรปภ.มาลากตัวพวกพี่ออกไปเลยนะ.. ขอร้อง”อ้อนวอนเป็นครั้งสุดท้าย.. พี่มีนถอนหายใจแล้วเดินออกไป.. รอสักพักหนึ่ง จนแน่ใจว่าข้างนอกไม่มีใครแล้ว.. เปิดประตูพลางตกใจเมื่อจะเจอะกับร่างเล็กที่ออกมาข้างนอกเช่นเดียวกัน

                    ไม่มีคำพูดใดนอกจากรอยยิ้มจางๆแบบเหนื่อยๆที่ปรากฏบนใบหน้าของเราทั้งสองคน

                    “นึกว่าจะคล้อยตามป๊อปไปแล้วนะ”

                    “แก้วก็เหมือนกันนั่นล่ะ”

                    หัวเราะพลางเดินกลับเข้าไปในห้องใหม่อีกครั้ง และมีอีกคนที่เดินตามเข้ามาด้วย.. พี่ไม่ต้องแปลกใจหรอก ว่าทำไมไม่มีทางที่แก้วจะรักพี่.. ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะ..

                    ตอนที่พี่.. บอกแนวๆว่าจะทำให้แก้วกลับมารัก..

                    ตอนนั้นน่ะ..

                    ฮ่ะๆ

                    คงไม่รู้ว่าเห็นอะไรสินะ.. ใช่.. เห็น.. บางทีมีเจ้าสายตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ.. ยกยิ้มขึ้นมา.. กับภาพที่เธอเห็นเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้ว.. และคงจะเห็นไปเรื่อยๆ..

                    แปลกที่ไม่เห็นกับป๊อป..

                    “พี่มีนเขาบอกจะทำให้แก้ว.. กลับไปรัก”

                    “แก้วคงจะ..”

                    “ไม่ต้องห่วงหรอก คุณเพื่อน.. ไม่ต้องห่วง..”

                    ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง..

                    “ฉันไม่รัก ‘ปีศาจ’ หรอกน่า.. เนอะ”

                    ใครจะไปรักลง..

    ..ครึ่งคนครึ่งปีศาจแบบนั้นน่ะ

                   

     

     

     

                    พักห้องเดียวกัน แต่แยกกันนอนคนละห้อง..

                    สัมภาระที่ถูกนำมาวางก่อนจะไปห้องของสองคนนั้น และก็ต้องกลับมาอย่างผิดหวัง. . เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับอีกฝ่าย.. ในเมื่อถูกปฏิเสธไปแล้วอย่างไม่มีเยื่อใยแม้แต่น้อย ถอนหายใจออกมาอย่างไม่ใจว่าทำแบบนี้มันจะดีต่อหลายๆฝ่ายตรงไหน

                    แล้วที่เขาพูดกับฟางไปว่าเหมือนเดิม..

                    เขายังหาความเหมือนไม่เจอเลยสักนิด ไม่มีอะไรที่บอกว่า.. มันเป็นป๊อปกับฟาง.. ทั้งที่พยายามเลียนแบบตอนที่ขอคนตัวเล็กเป็นแฟนครั้งแรก.. แต่ไม่มีความรู้สึกที่อยากจะกลับไปยืนข้างๆอีกต่อไป อาจจะดีด้วยซ้ำไปที่เห็นฟางปฏิเสธ.. มีเพียงเรื่องเดียวที่บังคับให้ต้องทำลงไป

                    มองผู้อาศัยอีกคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก..

                    และที่ไม่พูดก็คือคงไม่ประสบความสำเร็จในการง้อแก้วเช่นเดียวกับตัวเขา.. แต่นั่นก็ทำให้โล่งใจไปเปราะว่า คุณโปรดิวเซอร์เริ่มอะไรกับมีนน้อยลง หรือไม่ก็หายไปเลย . . น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเขาได้ยินเสียงที่หลุดออกมา

                    อีกทั้งยังร่างเพรียวที่เดินออกมาหน้าเครียดๆ เป็นสัญญาณบอกว่าหงุดหงิด

                    “แก้วเขาว่าไงบ้างล่ะ?”

                    ไม่รู้อะไรที่ทำให้ปากไวเอ่ยถามร่างที่นั่งอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลตัวยาว. . ใบหน้าที่หันมามอง.. แวบหนึ่ง.. นัยน์ตาคู่นั้นที่มองมา.. พยายามเหมือนจะทำให้เย็นชา แปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นชานั่นเลยสักนิด..

                    ไม่รู้อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่นอน..

                    โทรทัศน์ถูกปิดลง.. อาจจะเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญค่อนข้างมาก.. ที่ผลักดันให้มาอังกฤษ..

                    “แล้วของคุณล่ะ?”

                    ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เป็นการถามกลับมา.. เขายักไหล่อย่างไม่หยี่ระเท่าไหร่นัก “ก็ยังโกรธอยู่ แต่อีกสักพักคงจะหาย .. เขาใจอ่อนกับผมอยู่แล้ว..”สิ่งที่พูดออกมา มันไม่ใช่สิ่งที่ตรงกับใจเสียทั้งหมด.. เพียงแต่ต้องการจะดูปฏิกิริยาอะไรบางอย่าง..

                    ใช่.. เขาอยากจะรู้..

                    เรียวปากที่เม้มก่อนจะคลี่ยิ้ม.. ตอบคำถามของเขา..

                    “เขาก็คล้ายๆของคุณนั่นล่ะ ปากแข็งไม่ยอมรับ..”

                    พยักหน้า..

                    “ถ้าไม่ติดอะไร.. ผมว่ากลับไทยว่าจะขอฟางแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวสักที”ทิ้งไพ่ในมือไปหนึ่งใบ.. และเหมือนว่าจะได้ผลเสียด้วย.. สีหน้าของร่างเพรียวเปลี่ยนไปทันทีทันใด..

                    “ใครๆก็อยากจะได้ผู้หญิงแบบฟางเป็นแฟนทั้งนั้นล่ะ ผมหมายถึงร้อยทั้งร้อยของผู้ชายนะ”

                    ตบท้ายด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ.. สีหน้าของมีนที่นิ่งกว่าเดิม..

                    “ยินดีด้วยนะคะ”

                    “ขอบคุณครับ”

                    “ฉันเองก็ว่าจะรักกับแก้วให้นานๆ.. ตั้งใจว่าจะไม่ทำให้เขาเสียใจอีก..”

                    แก้ว..

                    “จะไม่หลงเชื่อคำว่ารักของใครง่ายๆอีก”

                    มีนที่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหยุดตรงหน้า.. มันเป็นช่วงที่ลมหายใจขาดห้วง.. ไม่ได้ปะทะกันด้วยฝีปาก แต่ปะทะด้วยสายตาแทน.. มือเรียวถูกยื่นมา “จับมือกันแสดงความยินดีของแต่ละคนค่ะ”ประโยคที่ทำให้เขานิ่งงันไปชั่วขณะ.. หรือว่าเขาจะมองสายตาและท่าทางนั่นผิดไป

                    “ไม่จับเหรอคะ? อุตส่าห์ยินดีที่คุณจะแต่งงานกับฟาง”

                    “ผม..”

                    กัดปาก.. แล้วมองอีกฝ่าย..

                    “.. ช่างมันเถอะครับ”

                    ปัดมือนั่นทิ้งแล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องไป.. กลายเป็นว่าเขาหงุดหงิดเสียเองที่เจอสถานการณ์นี้.. ทั้งที่ตั้งใจว่าจะยั่วโทสะให้อีกคนรู้สึก.. เผื่อว่าจะรู้สึก ‘หึง’ ขึ้นมาบ้าง.. แต่กลับไม่ท่าทีแบบที่ว่าเลยสักนิด.. แค่..

                    นิ่งเฉย..

                    ที่ผ่านมาอะไรกันแน่.. หรือว่าเขาที่โง่..

                    คุณจะกลับไปรักแก้วง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ.. มีน?

                   

                    แต่งงาน..

                    คำที่ชายหนุ่มบอกกับเธอว่าจะมอบมันให้กับ ‘ฟาง’ .. เจ็บ.. ทั้งที่ไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด.. หัวใจเหมือนกำลังตายด้านไปทีละนิดเพราะคำพูดของป๊อป.. ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาเสียใจ..

                    เพราะเธอเลือกที่จะปฏิเสธเขาเองสินะ..

                    บางทีคนที่โง่ที่สุดคงไม่ใช่ใคร.. ก็คงจะเป็นตัวเธอเอง..

                    ไม่มีประโยชน์อะไร..

                   

     

     

     

     

                    บนโต๊ะอาหารมีแต่ความเงียบ.. และเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรออกไปดี..

                    แก้วเหมือนจะกินเองได้แล้ว ถึงแม้มันจะลำบากไปสักหน่อย แต่ถ้าไม่ให้หัดใช้ช้อนส้อมก็คงจะต้องป้อนไปตลอด.. ถอนหายใจออกมา. . อาจจะเพราะว่าเรื่องเมื่อเช้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัว.. เขา.. ตามมาที่อังกฤษ .. ทั้งที่เธอได้ข่าวจากโทโมะมาก่อนหน้าแล้ว แต่มันก็ยังกะทันหัน

                    ไม่ทันได้ตั้งตัว..

                    และดูท่าทางว่าร่างโปร่งจะเงียบไปเยอะตั้งแต่ที่เจอกับมีน.. กลายเป็นว่ามันไม่สดใสเหมือนที่เคย.. ทั้งที่นึกว่าพวกเธอจะก้าวผ่านมันไปได้แล้วเสียอีก..

                    “ถามจริงว่าอยากกลับไปมั้ย?”

                    คนตัวสูงทำลายความเงียบให้เธอต้องเลิกคิ้ว.. เป็นการถามว่า ‘หมายความว่ายังไง’ เสียงที่เว้นไปชั่วครู่ .. เหมือนว่ากำลังคิดคำที่เหมาะสม..

                    “ก็เจอป๊อปวันนี้ ถามจริงๆแล้วอยากกลับไปคบมั้ย?”

                    ไม่..

                    “ไม่.. แน่ใจ.. ไม่.. ไม่รู้..”

                    รู้สึกสับสนขึ้นมา.. ใช่.. ใจนึงพอคิดเรื่องผู้ชายคนนั้นกับผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาก็นรู้สึกเจ็บแปลบ.. สองคนนั้นทำร้ายเธอ.. เอามีดมาแทงข้างหลัง .. ถ้าหากกลับไปคบเธอเองก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดแบบนี้อีกรึเปล่า.. ไม่ใช่ว่าไม่อยากเปิดโอกาสให้เขาแก้ตัว .. แต่ . .

                    อ่า..

                    บางทีมันก็น่าแปลกใจ.. ที่มีหน้าของใครบางคนลอยขึ้นมาขัดตลอดเวลา..

                    ไอ่เด็กแว๊นซ์

                    “เหรอ..”

                    “อืม. . ไม่รู้สิ.. คือฟางก็.. คือ..”

                    “ที่จริงก็ถามไปงั้นนั่นล่ะ”คนผมสีทองพูดด้วยเสียงเรียบ พลางตักข้าวในจานทานอีกคำหนึ่ง.. คำพูดที่สงสัย..

                    “อ้าว?”

                    “เพราะยังไง..”

                    “หืม?”

                    คำตอบที่ทำให้เธอรู้สึกหน้าร้อนๆขึ้นมา.. แบบไม่มีสาเหตุอีกแล้ว.. ทำไมกัน..

                    “แก้วก็ไม่ให้ฟางกลับไปหาป๊อปหรอก. . จะรั้งเอาไว้แน่ๆ”

                    ไม่ได้ร้อนเพราะคำตอบ..

                    แต่สายตาจริงจังแบบนั้น.. อย่าทำให้เธอรู้สึกว่าสำคัญได้มั้ย..

                    .. จะละลายแล้วนะ..

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    TBC

    ......................................

    หายไปสักพักกลับมาแล้ว =  - = แล้วเดี๋ยวก็จะหายไปอีก

    ขอสะสางภาระงานก่อน ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ทิ้งอยู่แล้ว :'))

    edit @ 1 Apr 2011 10:10:46 by ShinNeay

    edit @ 1 Apr 2011 10:11:36 by ShinNeay

    FICTION : Beauty & The Beast {#Candle: Thirteen}

    posted on 26 Mar 2011 02:09 by shinneay

     

     

    Beauty & the Beast 

    Type :: Kamikaze Fan Fiction

    Author :: deep’

    Summary :: Romantic

    Note :: คนหนึ่งคนจะพบรักแท้ได้ยังไงกัน?

    ______________________________

     

     

    #Candle: Thirteen

    FUTURE TENSE

     

     

                    “หมอบอกว่าอีกสองวันสามมันเป็นปกติแล้ว”

                    เธอพูดขณะที่พาร่างสูงไปรับยาที่เคาน์เตอร์.. ข้อเท้าของแก้วโอเคขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงมือที่ใกล้จะหายเป็นปกติ. .มาโรงพยาบาลครั้งนี้ก็เหมือนคราวที่แล้ว กว่าจะลากมาได้นี่แทบตาย.. อ้างโน่นอ้างนี่ว่าไม่ต้องหรอก ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวทานยาแก้ปวดมันก็หาย.. มีเหตุผลเดียวที่ทำให้เป็นแบบนี้

                    แก้วกลัวเข็มฉีดยา..

                    นึกถึงวันนั้นที่ร่างโปร่งร้องโวยวายแล้วก็อดขำไม่ได้ ถึงขนาดที่วิ่งออกมานอกห้อง.. วันนี้ก็แค่มาเช็คอาการ ซึ่งหมอก็บอกว่าอาการมันดีขึ้นเป็นตามคาด.. แล้วก็ใกล้หายแล้วด้วย..

                    “เหรอ..”

                    คนตัวสูงผิวปากเป็นทำนองเบาๆคลอไปกับเสียงเพลงที่ดังมาจากโทรทัศน์. .  Music & Lyrics หนังเรื่องดังที่กำลังฉายอยู่.. Way back into love ..

                    เวลาว่างๆเห็นว่าเขาแอบฝึกร้องเพลงนี้เป็นประจำ.. อาจจะเพราะว่าคราวนั้นเธอช่วยพยุงเสียงเอาไว้. .และก็ร้องดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ.. หลายครั้งที่อยู่เงียบๆคนเดียว ก็จะเปิดที่อัดเสียงไว้ขึ้นมาฟัง.. “All I want to do is find the way back into love~”

                    ได้ยินเบาๆที่แก้วฮัมเพลงออกมา.. อดไม่ได้ที่จะต้องร้องต่อ..

                    “I can’t make it though without the way back into love~”

                    ร่างสูงหันมามองหน้าของเธอที่ยิ้มกว้างๆ. . สะดุ้งเมื่ออีกคนเลื่อนมือมาจับ. . แต่เขายังตีหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซ้ำยังผิวปากต่อไป.. “เดี๋ยวนี้แกชอบเนียนนะแก้ว”พูดเบาๆขณะที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์รับยา. .พนักงานผู้หญิงที่น่าจะเป็นพยาบาลไม่ก็เภสัชจดอะไรยึกยือในกระดาษ พลางพูดประมาณว่ารอสักครู่

                    และคำถามที่ทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว..

                    “Sorry, but  Are you guys dating?”

                    “หืม? เขาพูดว่าอะไรนะฟาง?”อาจจะเพราะว่าศัพท์มันไม่ได้ยากมาก ทำให้แก้วหันขวับมาถามเธอ.. ที่ถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้อยากจะปล่อยมือออก เลยตอบไปว่า..

                    “Two years  ah thanks for this”

                    “ฟางคุยกับเขาว่าอะไรเนี่ย? อะไรสองปี?”

                    หัวเราะคิกคักกับท่าทีมึนๆของร่างโปร่งที่ทำหน้าอึนใส่.. กุมมือนั่นให้แน่นขึ้นแล้วรีบเดินออกไป เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของพนักงาน.. แต่แก้วก็ยังไม่หายสงสัยอยู่ดีนั่นล่ะ.. พยายามถามเธออยู่เรื่อยๆว่าพูดอะไรกัน “ไม่มีอะไรน่า ฟางก็พูดไปงั้นๆล่ะ”

                    “แต่แก้วว่าเขามองเราแปลกๆนะ”

                    “คิดมากน่า~ ยาน้อยลงเยอะเลยแฮะ ก่อนอาหาร หลัง..”

                    “อย่าเฉไฉเลยฟาง สรุปพี่คนนั้นเขาบอกว่าอะไร?”คนตัวสูงที่พยายามเค้นคำตอบจากเธอ “โอเคๆ คือพี่เขาถามว่าเราเป็น.. เอ่อ.. เป็นแฟนกันเหรอ?”แก้วกลอกตาไปมาเหมือนพอจะเดาออกว่าเรื่องจะเป็นไงต่อไป.. ได้แต่ยิ้มแห้งๆ..

                    แต่ผิดคาดแฮะ..

                    “ทำไมฟางไม่บอกว่าเรามีลูกแล้วคนนึงอยู่ที่บ้านด้วยล่ะ.. โห่ สองปีเองเหรอคุณแม่ขา~”

                    น่าหมั่นไส้มากกว่าเดิมอีก

                    “พอเลยแก้ว วันนี้ว่าง.. ไปเที่ยวที่อื่นกันได้มั้ย?”

                    จะถามเพื่อนสนิทมานานแล้วว่าไม่เบื่อที่จะขลุกอยู่แต่ในบ้านบ้างเหรอ.. แก้วเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะฉีกยิ้มคล้ายๆจะบอกว่าความคิดนี้ดีมาก.. “ว่าแต่จะไปไหนล่ะ?”

                    อังกฤษมีที่ไหนน่าเที่ยว.. เดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เงียบบ้าง ถามบ้าง.. แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าอยากจะไปไหนที่ไหน.. พวกเธอตัดสินใจนั่งบนม้านั่งตัวยาว .. ยาว .. แต่ก็นั่งเบียดกันอยู่ดีนั่นล่ะ.. ร่างโปร่งถามไปเรื่อยว่าอยากไปนั่นมั้ย นี่มั้ย แต่ส่วนใหญ่ที่พูดมา คราวที่แล้วพวกเธอก็ไปกันมาแล้วทั้งนั้น

                    ลงท้ายก็ไม่ได้ไปไหน นั่งอยู่ในสวนสาธารณะเรื่อยเปื่อย..

                    “แก้ว. . แก้วเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน?”

                    ไม่รู้อะไรที่ทำให้ถามออกไปแบบนั้น.. “สาม.. มั้ง? ไม่รู้สิ ถ้าไม่รวมพี่มีนก็สาม” เขาตอบเธอแค่นั้น ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าชื่ออะไรบ้าง อันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากรู้หรอกว่ามันเป็นยังไง ที่อยากรู้ก็คือ..

                    “แกรักพวกเขาบ้างมั้ย?”

                    “รักไม่เท่าที่รักพี่มีนหรอก.. อ่อ น้อยกว่าฟางด้วย”ยิ้มกว้างๆนั่นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีเสน่ห์ . .ผลักหน้าของเขาไปอีกทางหนึ่ง.. “ไม่ต้องมาปากหวานเลย ไอ่บ้า”

                    เขินอะไรเนี่ย?

                    “ไม่ได้ปากหวาน นี่พูดจริงๆนะเนี่ย~”

                    บางครั้งเธอก็อยากจะเกลียดความขี้เล่นของแก้วที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวขนาดนี้.. ไอที่พ่นออกจากปากเป็นควันลอยฟุ้งท่ามกลางอากาศหนาวๆ.. หนาว. . คิดถึงห้องอุ่นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าอยากกลับไป. . แค่อยากเปลี่ยนกิจวัตรบ้างก็เท่านั้นเอง

                    “แล้วสรุปเมื่อวานมีอะไรจะบอกฟาง..”

                    หันไปถามร่างสูงที่เหมือนกำลังลากนิ้ววาดเป็นรูปอะไรลางๆในอากาศ.. เพียงแต่คงไม่มีใครดูออกนอกจากเจ้าตัวที่ยังวาดต่อไปเรื่อยๆ.. แก้วไม่ได้หันมา.. แค่ถามเอ่ยเบาๆเท่านั้นว่า “นึกว่าฟางจะลืมไปแล้วซะอีกนะ”เขาดูไม่ได้กระตือรือร้นที่อยากจะเล่าเท่าไหร่ ยังใจเย็นเหมือนเคย

                    “ไม่ได้ลืม แค่ไม่รู้จะหาโอกาสถามตอนไหน”

                    “วันที่แก้วขอตัวไปเดินเล่น แล้วฟางซื้อดอลลาร์มา.. จำได้มั้ย?”

                    พยักหน้า.. จำได้ว่าแก้วหายไปนานอยู่เหมือนกัน “ก็แก้วบอกฟางเองนิว่าหลง” อีกฝ่ายหัวเราะเหมือนว่าที่พูดออกมาเป็นเรื่องตลก.. ทั้งที่มันก็ไม่ได้ตลกอะไร.. ไม่มีคำพูดไหนที่ฟังแล้วมันดูน่าขำสักนิด..

                    ใบหน้าคมที่เงยขึ้นมองท้องฟ้า.. วันนี้หิมะไม่ตก..

                    “เชื่อมั้ยว่าฉันมองเห็นคนไม่ดีเป็นปีศาจ..”

                    “ท่าจะเพี้ยน”

                    “แล้วฉันก็มองเห็นตัวเองเป็นอสูร .. เหมือนเรื่องโฉมงานกับเจ้าชายอสูร”

                    “แกเล่นมุกนี้ไม่ผ่านเลยนะแก้ว การ์ตูนก็ยังเป็นการ์ตูนวันยังค่ำ”

                    ความเงียบที่โรยตัว.. เธอหัวเราะแห้งๆ.. แต่แก้วยังคงนิ่งไม่พูดอะไร. . “มุกนี้ไม่ผ่านจริงอ่ะ?” ร่างโปร่งหันหน้ามาถาม ให้ต้องตีไหล่นั่น. . เขาหัวเราะดังๆเหมือนจะเขินที่พูดอะไรไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่.. ที่จริงแก้วก็ไม่ได้แป้กขนาดนี้นะ.. ออกจะเป็นคนตลกด้วยซ้ำไป. .

                    เอะใจที่สีหน้ามันไม่ได้เก้อเขิน.. แววตานั่น..

                    “นั่นสิ ใครมันจะไปมองเห็นปีศาจเดินไปเดินมาเล่า..เนอะ”

                    ..เครียดกว่าที่แกเป็นนะแก้ว..

                    “แกว่าภายในนึงเดือนจะมีคนที่ใช่โผล่มาสักคนมั้ย?”อีกคำถามที่เธอหันไปมองหน้าของเพื่อนสนิท.. ที่คราวนี้มองหน้าของเธอตอบกลับ.. คนที่ใช่งั้นเหรอ.. “มันก็แล้วแต่ดวงนะ เรื่องของอนาคต”

                    อนาคตที่ยังมองไม่เห็น..

                    “แบบ Future Tense เหรอ? I will find true love?”

                    “แก้วจะหารักแท้?”

                    “เปล่า ถามเฉยๆนั่นล่ะ.. ยกตัวอย่างประโยคอ่ะ เข้าใจป่ะ”แก้วพูด.. ทำไมเธอรู้สึกว่าวันนี้เพื่อนสนิทพูดอะไรแปลกๆ ที่มันไม่ขำ แล้วก็พูดอะไรที่เหมือนไม่ใช่ตัวเอง.. รักแท้.. คนที่ไม่เชื่อเรื่องนี้กลับมาถามหาคนที่ใช่ภายในหนึ่งเดือน.. วันนี้หิมะคงจะตกอีกรอบนั่นล่ะ

                    “วันนี้แกดูแปลกๆนะ..หรือฉันคิดไปเอง?”

                    “ฟางคิดไปเองอยู่แล้ว เพ้อนะเพ้อ”

                    รู้ว่าเพ้อ..

                    แต่ทำไมต้องเอาหัวมาซบไหล่ของเธอด้วยล่ะ.. จะให้เพ้อถึงแกหรือไง..

                    “วันนี้ไปเปลี่ยนสีผมด้วยกันหน่อยสิ..”

                    เหลือบไปมองเส้นผมสีน้ำตาลแดงนั่น.. เขาจะเปลี่ยนมันเป็นสีอะไร? แค่นี้ก็ดูดีอยู่แล้ว .. ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจนหลุดปากถาม “จะเปลี่ยนเป็นสีอะไร?”ร่างโปร่งเงียบไปสักพักหนึ่ง เหมือนกำลังใช้ความคิด “สีบลอนด์.. บลอนด์”ศีรษะที่เอนซบไหล่เธอยกขึ้น ก่อนที่แก้วจะลุกขึ้นยืน

                    “ป่ะ ไปกัน”

                    “ฮะ? ตอนนี้เลยเนี่ยนะ?”

                    มือของเธอที่ถูกดึงให้ลุกแล้วเดินตามกลับเข้าไปในตัวเมือง.. ร้านตัดผมที่เดินหากันอยู่นานสองนาน กว่าจะหาเจอในตรอกที่ถัดจากสวนสาธารณะไปประมาณสามช่วงตึก .. และคนคุยก็เป็นเธอ ทั้งที่ตัวเธอเองไม่ได้เป็นคนที่มาทำเสียหน่อย. . อธิบายอยู่พักหนึ่งให้ช่างเข้าใจว่า แก้วจะย้อมสีบลอนด์

                    สีผมแน่นอนว่าทำเป็นชั่วโมง.. คว้านิตยสารที่วางอยู่บนตู้ขึ้นมาอ่าน . .แอบเหลือบมองเป็นระยะตอนที่แก้วเข้าไปสระผม แล้วออกมานั่งรอตรงเก้าอี้.. อาจจะเพราะว่าอากาศมันหนาว รวมถึงบรรยากาศในร้านมันน่าเบื่อ..มาก .. อ้าปากหาววอด พลางเอนตัวพิงกำแพง

                    ยังไงทำสีนี้มันก็ต้องนานอยู่แล้ว.. ขอเธอหลับสักงีบแล้วกัน..

                    นะ

                   

     

     

     

     

                    อีกหนึ่งวัน..

                    “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ”

                    เธอกล่าวกับแฟนคลับที่มาตามในวันนี้.. พลันสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงรถของเธอ.. ใบหน้าที่อยู่หลังแว่นตาสีดำสนิท .. เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย .. ไม่อยากเจอ .. ไม่ว่ายังไงก็ยังไม่อยากเจอ

                    “อ้าวพี่ป๊อปมารับพี่มีนเหรอคะ แหน่ะๆ”แฟนคลับกลุ่มหนึ่งที่แซวเสียงดัง.. เธอไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้ม แล้วหัวเราะเท่านั้น.. พลางปลีกตัวออกมาจนได้.. เดินมาหยุดตรงหน้าของศิลปินหนุ่มที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ .. ป๊อปปี้ . . มองลอดผ่านแว่นตา แต่ยังไงก็ไม่เห็นแววตาของอีกฝ่าย

                    เพียงแต่ริมฝีปากที่บิดเบี้ยวนั่นที่คาดว่าคงมีอะไรที่จะคุยด้วยสินะ..

                    “วันนี้ผมติดรถกลับด้วย.. นะครับ”

                    กำลังจะอ้าปากปฏิเสธการขอร้องของเขา แต่คำพูดต่อมาที่ทำให้ต้องขมวดคิ้วแล้วยัดกุญแจรถใส่มือของคนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด..

                    “เดี๋ยวผมขับให้.. แล้วกลับแท็กซี่เอง ยังไงคุณก็ต้องคุยเรื่องไปอังกฤษ”

                    บรรยากาศในรถเงียบอยู่สักพักใหญ่.. เปิดกระจกลงเมื่อถึงตรงที่แฟนคลับรออยู่.. “อ้าว ทำไมป๊อปกลายเป็นคนขับล่ะมีน . . โหย”อีกครั้งที่แฟนคลับแซว เธอไม่ได้ว่าอะไร แต่หมั่นไว้รอยยิ้มที่ฉาบบนหน้าของชายหนุ่มที่เหมือนจะได้ใจกับคำพูดพวกนี้

                    ที่จริง.. เขาคงไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอก ก็เขารักแต่ฟาง..

                    ป๊อปรักก็แค่ฟาง

                    กระจกที่ปิดลง.. บทสนทนาอันน่าอึดอัดเริ่มขึ้นอีกครั้ง. . และไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว..

                    “เตรียมของยังครับ.. จะไปพรุ่งนี้แล้วนะ”

                    “อืม เตรียมแล้ว”

                    “มีน.. คือ..”

                    ไม่ได้หันไปสงสัยหรือว่าหืออะไรกับคำพูดของป๊อป.. เพียงแต่นั่งเฉยๆ รอดูว่าเขาจะพูดอะไรออกมาอีกก็แค่นั้น.. “ผมไม่อยากให้คุณไปอังกฤษ”ประโยคคล้ายๆว่าจะเป็นประโยคคำสั่งที่หันกลับไปมองหน้าหล่อเหลาที่วิตกกังวลนั่น กระตุกยิ้มกับความคิดที่น่าจะเป็นไปได้..

                    คุณคงจะ..

                    “ฉันไม่ไปขัดขวางคุณกับฟางหรอกสบายใจได้เลย..”

                    ไม่ได้รู้สึกอะไร.. และคงรำคาญฉันสินะ

                    ถึงไม่อยากให้ฉันตามคุณไปที่อังกฤษ .. คงจะคิดถึงและก็เป็นห่วงฟางมากสินะ

                    “ฟังผมซะบ้างสิ!?”

                    รถที่เหยียบเบรกจอดเข้าข้างทางกะทันหัน.. ดีที่ถนนสายนี้โล่งอยู่แล้ว.. ตกใจไม่น้อยที่เขาทำแบบนั้น ใบหน้าที่เกรี้ยวกราดจ้องเธอที่เบนสายตาหนี.. สัมผัสได้ว่ามันจริงจังมาก.. และเขากำลังฟิวส์ขาดแล้ว..

                    ถ้าไม่ฟังเธอต้องแย่แน่ๆ..

                    “เฮ้อ! ที่ผมไม่อยากให้คุณไปอังกฤษคือ.. ใช่. . ผมไม่อยากให้คุณไป เพราะ .. ผม.. เฮ้อ ผมรักคุณ”

                    แววตาที่เขาจ้องมองมาเหมือนจะขอความเห็นใจ. . รัก.. ผมรักคุณ..

                    คำที่เธอรอมันมานาน.. นานเกินไป

     

                    “ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว”

                   

                    เอ่ยออกไป.. รัก.. ไม่ได้รักแล้ว..เปล่า.. ยังรักอยู่ เพียงแต่ไม่เชื่อใจในความรักของเขาอีกต่อไป.. ถึงสีหน้าของเขาจะจริงจังขนาดไหน.. ถึงคำพูดนั้นจะหนักแน่นมากๆ.. ถึงความรู้สึกยังอยากจะเชื่อเขามากแค่ไหนก็ตาม

                    ถึงจะเห็นว่าน้ำตามันล้นเอ่อที่ขอบตาของเขา...

                    “มีน..”

                    เพียงแต่ไม่อยากเจ็บซ้ำเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว . . ถ้าในเมื่อเขาต้องการที่จะกลับไปหาฟาง. . ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากจะปล่อยเขาไป.. อย่าบอกรักเธอ..

                    ทั้งที่โอกาสมันหมดไปแล้ว

                    “.. คุณ ..ผม .. ฮ่ะๆ ผมโง่เองนั่นล่ะ”มือกร้านล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า.. พาสปอร์ต .. ตั๋ว.. “คุณคงต้องการเจ้านี่มากๆสินะ”รับมันมามอง.. สิ่งที่เธอต้องการ.. คว้าไว้แล้ว พรุ่งนี้..  รถยนต์ที่จอดหน้าบ้านของเธอ แต่ป๊อปก็ยังนั่งนิ่งไม่ไปขยับเขยื้อน

                    “เจอกันตีหนึ่งนะครับ”

                    และก็เดินลงจากรถไป..

                    “ป๊อป!”

                    แต่ก็ไม่รู้ทำไมต้องเปิดประตูออกไป .. ไม่ทัน.. อีกคนขึ้นรถแท็กซี่ไปก่อนแล้ว..

                    ยืนมองอยู่จนมันลับตา.. ความมืด..

                    ที่มีแต่น้ำตา

                   

     

     

     

     

                    “ฟาง”

                    “หะ.. หือ?”

                    สะดุ้งเมื่อแก้วเรียกเธอเบาๆ.. เรติน่าที่ปรับให้ทุกอย่างชัดขึ้นเรื่อยๆ. . แปลกตา. . ถึงแม้ภาพตรงหน้าจะยังไม่ชัดก็เถอะนะ. .ผมสีบลอนด์นั่น. . ใบหน้าคมที่ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม.. เปรี้ยวขึ้น แต่ก็แปลกใจที่ดูดีไม่เปลี่ยน หล่อ.. น่ารัก.. สวย อยู่ในคนๆเดียวกัน.. มันเป็นไปได้ยาก

                    กับแก้ว.. มันเป็นเรื่องปกติ

                    “สีโอเคมั้ย?”

                    คำถามที่เธอพิจารณาอยู่พักหนึ่ง.. ถ้าให้ตอบว่าสีโอเคมั้ย จะตอบว่าไม่. . เพราะถ้าหากคนธรรมดาทำก็จะกลายเป็นเด็กแว๊นโดยปริยาย.. แต่กับแก้ว. .

                    “เพราะแกทำมันเลยโอเค”

                    อ้าปากหาวพลางเดินขนาบข้างร่างโปร่งเดินออกไปจากร้าน.. “ฉันมีเรื่องจะบอก” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมา. . เธอหันไปมองอย่างแปลกใจ.. “แค่คิดว่า.. มันน่าจะบอกแก..”

                    “หือ?”

                    รอยยิ้มที่อยู่บนหน้านั่น.. อยากรู้ว่าเพื่อนสนิทของเธอมีความสุขอะไรกันนักกันหนาถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนั้น.. มือของแก้วที่เลื่อนมากุมมือของเธออีกครั้ง..

                    คล้ายๆว่าจะบอกความนัยอะไรบางอย่าง..

                    “เงียบ.. แกจะบอกอะไรฉัน?”

                    “บอกพรุ่งนี้เช้า..”

                    “แก้ว!”

                    “เก้าโมง รอฟังได้เลย”เหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใส่ใจที่เธอทักท้วง.. อยากรู้ว่าเขาจะบอกอะไรกับเธอ.. อะไรที่เขาต้องการจะบอก.. แปลกที่ความรู้สึกมันแล่นเข้ามาบอก.. เม้นริมฝีปากอย่างไม่มั่นใจ..

                    ไม่ได้ตื่นเต้น..

                    แค่เซ้นส์มันบอกว่าจะมีลางไม่ดีสักเท่าไหร่ .. คงไม่หรอก

                    คิดมากไปเองสินะ..ฟาง..

                   

     

     

                    ตีหนึ่งสิบห้านาที.. ประเทศไทย

                    ผู้โดยสารที่จะเดินไปประเทศอังกฤษ สายการบินที่ TGxxxxx กรุณาขึ้นเครื่องได้แล้วค่ะ

                   

     

     

                    เก้าโมงเช้า.. ประเทศอังกฤษ

                    ตื่นเต้น. . รึเปล่า? .. ไม่รู้ทำไมวันนี้เธอถึงรีบตื่นขึ้นมา ทั้งที่แก้วเองก็เพิ่งจะเดินเป๋ไปเข้าห้องน้ำ.. เขาบอกว่ามีเรื่องที่จะพูดกับเธอ.. นิ้วเรียวที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ. . เรื่องอะไร? .. มีน  ..  หรือป๊อป มันไม่เชิงว่าเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นที่จะได้ยินเรื่องที่เขาพูด

                    ลางตั้งแต่เมื่อวาน.. มันยังไม่จาง..

                    แกร๊ก..

                    เสียงประตูที่เปิด. . ร่างโปร่งที่เดินออกมาจากห้องนอน.. เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำตัดกับกางเกงยีนส์สีซีด.. ทั้งที่วันนี้ไม่ได้ไปไหน แต่ทำไมถึงแต่งตัวดูดีขนาดนั้น.. สังเกตอาการว่าเขาสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินมาหยุดตรงหน้า

                    “ตื่นเช้าไปนะ..”

                    “อ.. อ่อ ก็มันไม่ง่วงแล้วอ่ะ”ตอบด้วยเสียงอ้อมแอ้มในคอ. . ที่จริงนอนไม่ค่อยหลับเลบต่างหาก.. ไม่ใช่ไม่ง่วงแล้ว.. ณ ตอนนี้ก็ยังไม่หายอยากรู้ว่าแก้วจะบอกอะไร.. เรียวปากที่เผยรอยยิ้มออกมา. .

                    ..ตึกตัก..

                    จังหวะของหัวใจมันเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย..

                    “ฟางยังรักป๊อปรึเปล่า?”

                    “ฮะ?”

                    มองหน้าร่างโปร่งที่ดึงเข้ามาแล้วนั่งลงด้านตรงข้ามกัน.. อ่า.. รักมั้ย.. “รักสิ.. แก้วก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”คนตัวสูงไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะถามต่อ.. และเริ่มนอกเรื่องไปเรื่อยๆ..

                    “อนาคต.. ฟางว่าฟางจะชอบคนอื่นมั้ย?”

                    “ถามอะไรของแก้วเนี่ย?”

                    “ก็ถามเรื่องอนาคตไง.. อยากรู้ไงว่าแกจะมีแฟนใหม่มั้ย?”

                    เขาจะพูดอะไรของเขา..

                   

     

     

     

                    “มี.. มั้ง..”

                    คำตอบที่ทำให้ต้องยิ้มกว้างมากกว่าเดิม.. เรื่องที่จะบอกงั้นเหรอ. .  “งั้นฉัน..” คำพูดมากมายที่อยู่ในหัวแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงกับมันดี. . ฉันอยากเป็น.. อ่า ไม่ . . มันง่ายไป.. เป็นแฟนกับฉันนะ. . ไม่.. ไม่ใช่. . และบางคำที่โผล่ขึ้นมาในหัวที่แน่ใจว่ามันน่าจะใช้ได้

                    งั้นต่อจากนี้.. ฉันเป็นอนาคตของแกได้มั้ย?

                    ฉันคิดว่า.. ฉันชอบแก..

                    “ฟาง..”

                    “.. .”

                    “ต่อจากนี้..”

     

                    ฉัน..

     

     

                    แกร๊ก..

                   

                    “ฟาง..”

                    เสียงที่ต้องหันขวับ.. ทำไมประตูถึงเปิดได้.. แล้วทำไมถึง. . 

                   

                    “ป๊อป”

                   

     

     

                    “แก้ว”

     

     

     

                    มาผิดเวลา.. ไปนะ..

                    “มีน”

                   

     

     

                    ผิดเวลาจริงๆ..

     

     

     

     

     

     

     

    TBC

    .............................................

    ผิดเวลาจริงๆ นี่มันตีสองแล้ส ง่วงมาก T^T ไปนอนล่ะ

    เรื่องกำลังจะเดินแล้วนะ :'))

    edit @ 26 Mar 2011 02:15:01 by ShinNeay